โรงเรียนบรูไนตั้งอยู่ริมป่าชายเลน อาคารเรียนสีขาวครีมดูสงบเรียบร้อยเกินจริง โดยเฉพาะหลังพระอาทิตย์ตก
ลมเย็นพัดผ่านโถงทางเดินยาว เสาธงเงียบงันเหมือนกลั้นหายใจ
เสียงเล่าลือมีมานาน
ว่าอาคารเรียนหลังเก่า—หลังที่ไม่มีใครใช้ตอนกลางคืน—
จะมี “นักเรียนที่ไม่กลับบ้าน”
คืนหนึ่ง หลังเลิกกิจกรรมลูกเสือ
อามีรากับเพื่อนอีกสองคนต้องกลับไปเอาสมุดที่ลืมไว้ในห้อง ม.3/4
ไฟในโรงเรียนปิดเกือบหมด เหลือเพียงไฟฉุกเฉินสีส้มซีด
ขณะเดินขึ้นบันได
พวกเขาได้ยินเสียงดินสอขีดกระดาษ
ช้า… สม่ำเสมอ… เหมือนคนตั้งใจเขียนข้อสอบ
“มีครูอยู่เหรอ?” ใครสักคนกระซิบ
แต่ไม่มีใครตอบ
เมื่อเปิดประตูห้อง ม.3/4
โต๊ะเรียนทุกตัวว่างเปล่า
ยกเว้นโต๊ะหลังสุด
มีเด็กผู้หญิงนั่งอยู่
ชุดนักเรียนเรียบร้อย ผมถักเปียสวย
แต่ใบหน้ากลับซีดขาวราวแสงจันทร์
เธอเงยหน้าขึ้น
ยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเหมือนลม
“พวกเธอ… มาสอบแทนฉันได้ไหม
ฉันยังทำข้อสุดท้ายไม่เสร็จเลย”
ทันใดนั้น
กระดาษคำตอบบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยตัวหนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก
ไฟฉุกเฉินกระพริบแรง
เสียงระฆังโรงเรียนดังขึ้น—ทั้งที่ไม่ใช่เวลาเลิกเรียน
รุ่งเช้า
ห้อง ม.3/4 ถูกปิดถาวร
ครูใหญ่เพียงพูดสั้น ๆ ว่า
“เด็กคนนั้น… เสียชีวิตจากการสอบคืนนั้น
และไม่เคยได้ยินเสียงระฆังเลิกเรียนอีกเลย”
ตั้งแต่นั้นมา
ถ้าใครได้ยินเสียงดินสอเขียนกระดาษหลังพระอาทิตย์ตก
ที่โรงเรียนบรูไน
อย่าหันกลับไปดู
เพราะบางที
เธออาจกำลังรอให้คุณ
ช่วยทำ “ข้อสุดท้าย” แทนเธออยู่ก็ได้…