โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ตั้งตระหง่านอยู่กลางย่านเก่า
ตึกเรียนสีขาวสะอาดแบบโคโลเนียล ดูสุภาพ เรียบร้อย
แต่พอตกกลางคืน…มันเงียบเกินไป
เงียบแบบที่แม้แต่ลมหายใจก็ฟังดูดัง
“เฮ้ย อย่าเดินช้า เดี๋ยวไม่ทันรถไฟฟ้า”
อาร์ฟกระซิบ ขณะลากกระเป๋านักเรียนผ่านทางเดินชั้นสาม
คืนนั้นเป็นคืนซ้อมละครเวที นักเรียนสามคนกลับเป็นกลุ่มสุดท้าย
ไฟในอาคารปิดไปเกือบหมด เหลือเพียงไฟฉุกเฉินสีเขียวที่กระพริบช้า ๆ
เหมือนหัวใจของตึกที่ยังไม่ยอมตาย
ทันใดนั้น
เอี๊ยด——
เสียงประตูห้องเรียนเปิดเอง
ทั้งสามหยุดพร้อมกัน
“ลมมั้ง” เมย์พูด ทั้งที่หน้าซีดเหมือนกระดาษ
ในห้องเรียน มีโต๊ะเรียนเรียงเป็นระเบียบ
กระดานดำสะอาด ไม่มีรอยชอล์ก
แต่ตรงมุมห้อง…มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่
ชุดนักเรียนแบบเก่า กระโปรงยาวกว่าปัจจุบัน
ผมดำยาวปิดหน้า
เธอไม่ขยับ
ไม่หันมา
ไม่พูด
“ขอโทษนะ โรงเรียนปิดแล้ว” อาร์ฟพยายามสุภาพ ตามสัญชาตญาณเด็กดีสิงคโปร์
เงียบ
แล้วเสียงชอล์กก็เริ่มดังขึ้น
แกรก…แกรก…แกรก…
บนกระดานดำ ปรากฏข้อความขึ้นเอง
ทีละตัวอักษร
“กลับบ้านให้ตรงเวลา”
ไฟทั้งชั้นดับวูบ
เมย์กรีดร้อง
ประตูห้องปิดปัง
อากาศเย็นเฉียบ เหมือนอยู่ในห้องแอร์ที่ไม่มีเครื่อง
นักเรียนผู้หญิงคนนั้น…ลุกขึ้น
ค่อย ๆ หันหน้าเข้ามา
ไม่มีดวงตา
มีเพียงรอยน้ำตาดำไหลเป็นเส้นยาว
“ฉัน…รอรถไฟไม่ทัน”
เสียงเธอเบา แต่ดังในหัวทุกคน
“ครูบอกให้ซ้อมต่อ…บอกว่าอย่าอู้”
ภาพวูบหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
เด็กหญิงคนหนึ่ง เมื่อหลายสิบปีก่อน
ซ้อมละครจนดึก
พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้าย
เดินกลับบ้านคนเดียว
และไม่เคยกลับถึงบ้านอีกเลย
ไฟติดขึ้นทันที
ห้องเรียนว่างเปล่า
ไม่มีใคร
ไม่มีข้อความ
ไม่มีผี
เช้าวันต่อมา โรงเรียนติดป้ายประกาศใหม่
“นักเรียนทุกคนต้องออกจากอาคารก่อน 18.00 น.”
และตั้งแต่นั้นมา
ไม่มีใครเห็นผีผู้หญิงคนนั้นอีก
แต่ถ้าคุณเดินผ่านโรงเรียนแห่งนั้นตอนค่ำ
และเห็นไฟห้องเรียนเปิดอยู่ทั้งที่โรงเรียนปิดแล้ว…
อย่าเข้าไป
อย่าซ้อมต่อ
และอย่าลืมกลับบ้านให้ตรงเวลา
เพราะบางคน
ยังรอรถไฟเที่ยวสุดท้าย
ไม่จบการแสดงของตัวเองเสียที