โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในชายแดนกัมพูชา
อาคารเรียนเก่าทรงฝรั่งเศส สีเหลืองซีดเหมือนคนไม่ได้นอนมานาน
หน้าต่างไม้สูงเรียงกันราวกับดวงตาที่มองลงมาโดยไม่กระพริบ
ทุกเย็นหลังเลิกเรียน
เด็กนักเรียนจะรีบกลับบ้านก่อนพระอาทิตย์ตก
ไม่ใช่เพราะขยัน
แต่เพราะ เสียงกระดิ่ง
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนตี
เพราะโรงเรียนนี้เลิกใช้กระดิ่งมานานกว่าสามสิบปีแล้ว
แต่ทุกวัน…
เวลา 18:13 น.
เสียง “กริ๊ง…กริ๊ง…” จะดังขึ้นจากอาคารเรียนหลังเก่า
วันหนึ่ง “โสกัน” เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทย
ดันมาทำสมุดการบ้านหาย
เขากลับเข้าโรงเรียนตอนฟ้าเริ่มคล้ำ
ทั้งที่เพื่อนเตือนไปแล้วว่า
“อย่าอยู่หลังหกโมง”
โสกันไม่เชื่อ
เขาเชื่อเหตุผล
ไม่เชื่อเรื่องผี
อาคารเงียบผิดปกติ
ลมไม่พัด
แต่ม่านในห้องเรียนชั้นสามกลับไหว…ช้า ๆ
เหมือนมีใครเดินผ่าน
แล้วเสียงกริ่งก็ดังขึ้น
กริ๊ง…
ไม่ใช่เสียงโลหะ
แต่มันเหมือนเสียงที่ถูกจำไว้
เสียงที่ไม่สด
เสียงจากอดีต
โสกันเดินตามเสียงนั้นไป
จนถึงห้องเรียนเก่า
บนกระดานดำยังมีชอล์กเขียนด้วยลายมือเด็ก ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดหายใจคือ
มีนักเรียนทั้งห้องนั่งอยู่ครบ
ทุกคนใส่ชุดนักเรียนแบบเก่า
ตาไม่มีตาดำ
นั่งนิ่ง
เหมือนรูปถ่ายที่ลืมลบ
หน้าห้อง
มีครูผู้หญิงยืนถือไม้เรียว
ใบหน้าซีด
รอยยิ้มแข็งเหมือนหน้ากาก
ครูหันมามองโสกัน
แล้วพูดช้า ๆ ด้วยเสียงแหบแห้ง
“เธอมาสาย”
กระดิ่งดังอีกครั้ง
นักเรียนทุกคนหันมาพร้อมกัน
เสียงเก้าอี้ดังเอี๊ยดราวกับร้องไห้
โสกันถอยหลัง
เหงื่อไหลทั้งที่อากาศเย็นจัด
เขาหันไปจะวิ่ง
แต่ประตูห้อง…หายไปแล้ว
ครูเดินเข้ามาใกล้
ไม้เรียวลากพื้นดัง “ครืด…”
“โรงเรียนนี้
ไม่มีใครกลับก่อนเรียนจบ”
ทันใดนั้น
เสียงคนทั้งห้องกระซิบพร้อมกัน
“อยู่ต่อ…อยู่ต่อ…”
ไฟดับ
เช้าวันต่อมา
ภารโรงพบสมุดการบ้านของโสกัน
วางอยู่บนโต๊ะเรียนชั้นสาม
เปิดหน้าสุดท้าย
มีลายมือเขียนไว้ว่า
“ผมเชื่อแล้ว
แต่ผมกลับไม่ได้”
ตั้งแต่นั้นมา
ทุกเย็นเวลา 18:13 น.
เสียงกระดิ่งยังดังเหมือนเดิม
และบางวัน
จะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน