ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในถิ่นอีสาน มีข่าวลือเลื่องชื่อถึงความงามของชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาผู้นั้นมีผิวขาวผุดผ่อง ดวงตากลมโตแลดูหวานชื่น ริมฝีปากอวบอิ่ม กลิ่นกายนั้นช่างหอมหวนราวกับดอกไม้ยามเช้าในฤดูร้อน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มราวน้ำตาลทรายแดง แต่ทว่า... กลับไม่มีผู้ใดได้ครอบครองหัวใจเลย หนุ่มงามผู้นี้มีนามว่า " พิกุล " ชายหนุ่มวัยเยาว์ผู้น่ารักและเปี่ยมไปด้วยด้านดีๆ มากมาย
ในวันนี้ เป็นวันฤกษ์งามยามดี เพราะ " โชติ " เด็กหนุ่มที่ออกไปเรียนและทำมาหากินอยู่เมืองนอก บัดนี้ ได้เติบใหญ่ขึ้นเป็นชายหนุ่มผู้มั่งคั่งและกลับบ้านเกิดเมืองนอน เนื่องด้วยแม่ที่ป่วยติดเตียง
ทั้งคู่นั้นได้พบกัน ระหว่างที่ไปจ่ายตลาด ร่างหนานั้นได้ตกหลุมรักร่างบางในแรกเห็น แต่ดูเหมือนว่า... ร่างบางจะไม่ได้สนใจเรื่องรักใคร่เลย
ร่างหนาตามจีบร่างบางอยู่เรื่อยมา ซื้อขนมอร่อยๆ ซื้อดอกไม้สวยๆ ถอยคำหวานๆ ที่แปลงออกมาแต่ละคำนั้น เต็มไปด้วยความรักที่จริงใจ ไม่ใช่หวังเพียงร่างกายและหน้าตา จนชาวบ้านแซวกันให้ทั่วหมู่บ้าน
ทว่าร่างบางแลดูไม่ค่อยสนใจร่างหนาเลย แม้จะแอบหวั่นไหวอยู่ในใจ แต่ร่างบางก็ช่างปากแข็งเหลือเกิน
" ข่อยบ่ได๋มักเจ้า ไปไกลๆ เลยเด้ "
" บ่ ข่อยสิมักเจ้า อย่างน้อยข่อยกะขอจีบเจ้าแหน่ "
" บักห่านี่แหม่... "
ความจริงแล้วนั้น ร่างบางเองก็แอบมีใจให้ร่างหนา แม้จะแค่เล็กน้อย แต่มันก็คุ้มค่า หากได้คุยกันสักนิด ก็ถือเป็นบุญค้ำฟ้าของร่างหนาแล้ว ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก ชายหนุ่มที่เคยพยายามจีบร่างบาง เริ่มพากันไม่ชอบหน้าร่างหนาเสียแล้ว และดูเหมือนว่าร่างหนาจะไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
ในวันที่ ร่างบางพาแม่ไปหาหมอ ร่างหนานั้นไม่รู้ถึงชะตากรรมของตนเองเลย ในขณะที่ร่างหนากำลังจ่ายตลาด มีชายกลุ่มหนึ่ง เดินดุ่มๆ มาทางร่างหนาและต่อยหน้าของร่างหนาอย่างแรง
" ฮั๋นกูบ่ได้ใจพิกุล กะอย่าหวังว่ามึงสิได้! "
ร่างหนาปล่อยหมัดออกไปโดยสัญชาตญาณ หมัดคู่นั้นพุ่งเข้าหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง จนอีกฝ่ายล้มหงายหลัง ร่างหนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรีบกล่าวขอโทษ
" ขะ...ข่อยขอโทษ! "
เมื่อกล่าวจบ ร่างหนาก็วิ่งพรวดออกไปทันที สร้างความโกรธแค้นเคืองใจให้ชายกลุ่มนั้น ชายหนุ่มที่เป็นตัวเริ่มเรื่องรีบเช็ดเลือดที่มุมปากออก
" กะแล่นตามมันตั๋วะ! ซุ่มหมู่ห่า! "
ร่างหนาที่วิ่งหนีออกมาก่อนหน้า ตอนนี้เริ่มเหนื่อยกำลังแล้ว ในระหว่างนั้น ร่างบางก็กลับมาจากในเมือง เมื่อได้ยินข่าว จึงรีบตามหาตัวร่างหนาทันที
ร่างหนานั้นได้วิ่งมาถึงเถียงนาแห่งหนึ่งและยืนหอบอยู่ที่นั้น มือก่ายหน้าผาก พลางเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาตามใบหน้า ทว่า เสียงเท้าหลายคู่ก็ตามมาทันแล้ว
" มื้อนี้ล่ะ... กูสิฆ่ามึง! "
สิ้นคำ อีกฝ่ายก็ลั่นไกปืนดัง ปัง! แต่... ร่างที่รับกระสุนลูกนั้น กลับไม่ใช่ร่างหนา เมื่อร่างหนาหันไปมอง ภาพตรงหน้านั้นช่างน่าปวดใจ ร่างบางยืนบังกระสุนลูกนั้นให้ ร่างหนามือสั่นและคว้าร่างบางเข้ามากอดไว้
" ฮึก... เฮาขอโทษ... ที่เฮาปกป้องโตบ่ได๋... "
" บ่เป็นหยัง... เฮาเองกะฮัวแต่ฮู้ว่า... "
" โตฮู้ว่าอิหยัง...? "
" เฮามักโตเด้อ... มักบักคักเลย... "
ร่างบางได้เอื้อมมือขึ้นไปลูบแก้มของร่างหนาอย่างอ่อนแรง เสียงร่ำไห้ของร่างหนายังคงดังอยู่แบบนั้น ร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้านไปทั่วร่าง วาจาที่ไม่อาจจะกล้าเอย บัดนี้ได้เพียงอยู่แต่ในใจ
" โตอดทนก่อนเด้อ... เฮาสิพาโตไปหาหมอ... "
" อืม... เฮาสิอดทน... "
ร่างหนาสะอื้นและอุ้มร่างบางขึ้น แต่ละก้าวนั้นล้วนมีความหมายและความหวัง ความหวังที่จะพาคนรักไปให้ถึงมือหมอ แม้จะช้า แต่ก็ทันเวลา ร่างหนาสามารถพาร่างบางไปถึงมือหมอได้ ก่อนที่ร่างบางจะสลบไป เพราะเสียเลือดมาก
หลังจากนั้นมา ร่างหนาได้พาครอบครัวของตนและครอบครัวของร่างบางไปอยู่ต่างประเทศด้วยกัน หลังจากที่ร่างบางพักฟื้นอยู่นาน ร่างหนาและร่างบางได้แต่งงานกัน ทั้งคู่มีลูกแฝดสอง แฝดพี่ชื่อ " เฟื่อง " และแฝดน้องชื่อ " ทิศ " ช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่น...
" โชติจ๊ะ... "
" ว่าจั๋งได๋พิกุล? "
" เฮาฮักโตเด้อโชติ... "
" อืม... เฮากะฮักโตเด้อพิกุล... "
🎉 Good ending ☘️