เสียงฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ บนถนนกรุงเทพฯ ยามค่ำ ไฟนีออนจากตึกสูงส่องสะท้อนหยดน้ำราวกับเพชรนับพัน ฟีฟ่า—เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี นักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย เดินกอดกระเป๋านักเรียนเก่า ๆ ของตัวเองกลับบ้านด้วยใบหน้าหม่นหมอง
บ้าน...คำที่ควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับฟีฟ่า มันกลับไม่ต่างจาก “ขุมนรก”
“กลับมาช้าทำไมวะ! มึงไปมั่วผู้ชายที่ไหนมาอีกล่ะ!” เสียงห้าวกระแทกหูทันทีที่ฟีฟ้าเปิดประตูเข้าไปในบ้าน
พ่อเลี้ยง—ชายร่างใหญ่ที่ติดเหล้าหนัก กำลังนั่งกอดขวดสุรา สายตาแดงกร่ำหันมามองเขาอย่างเกลียดชัง ข้าง ๆ กันนั้นคือ “ฟรานซ์” พี่ชายต่างสายเลือด ที่มักจะยิ้มเยาะเย้ยทุกครั้งที่เห็นเขากลับบ้าน
“ผม...แค่ติวหนังสือกับเพื่อนครับ” ฟีฟ่าพยายามพูดเสียงเบา
“หึ ติวหนังสือ? หรือว่ามึงไปขายตัวหาเงินมาซื้อข้าวแดก!” พี่ชายก้าวเข้ามากระชากคอเสื้ออย่างแรง
ฟีฟ่าสะบัดออก ดวงตาสั่นระริกเต็มไปด้วยน้ำตา แต่เขากลับกลืนมันลงคอ...เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
อีกมุมหนึ่งของเมือง
คีน—ชายหนุ่มวัยยี่สิบหก เจ้าของอาณาจักรธุรกิจมืดและสว่างที่ผสมผสานกันอย่างแนบเนียน เขาคือ “มาเฟียหนุ่ม” ผู้เย็นชาและน่าเกรงขาม นั่งเอนหลังอยู่ในรถสปอร์ตสีดำหรู ที่เพิ่งเลี้ยวออกจากผับในเครือของตัวเอง
“บอส จะให้กลับคอนโดเลยมั้ยครับ?” ภาคิน บอดี้การ์ดคู่ใจถามขณะขับรถ
คีนปรายตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่าง เสียงฝนเคาะกระจกอย่างสม่ำเสมอ “ไม่...ขับวนรอบเมือง ฉันไม่อยากกลับตอนนี้”
ภายในรถเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน บอดี้การ์ดที่เหลือ—ธาม, ปีเตอร์, มาร์ค และอีกหลายคน นั่งเรียงรายในรถคันอื่น ๆ ตามหลัง ราวกับขบวนคุ้มกันราชา
ชะตากรรมทำงานอย่างแปลกประหลาด...
ทันทีที่ฟีฟ่าวิ่งหนีออกจากบ้านหลังจากถูกพ่อเลี้ยงไล่ตบหน้าจนเลือดซิบ เขาก็พุ่งออกไปบนถนนใหญ่ ฝนยังคงตกหนักจนมองทางแทบไม่เห็น
“เฮ้ย ระวัง!!!” เสียงภาคินตะโกนเมื่อเงาร่างเล็กพุ่งตัดหน้ารถสปอร์ต
เสียงเบรกดังเอี๊ยดลั่นกลางสายฝน ฟีฟ่าล้มลงไปนอนกลางถนน ร่างกายเปียกโชกเต็มไปด้วยรอยช้ำ
คีนเปิดประตูลงมาทันที รองเท้าหนังราคาแพงก้าวไปหยุดตรงหน้าร่างที่นอนหอบหายใจ เขาก้มลงมองอย่างไร้อารมณ์ แต่ลึก ๆ ในใจกลับสะดุดกับแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนั้น
“เด็กบ้า...อยากตายรึไง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย็นชา
ฟีฟ่าพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง ดวงตาสบเข้ากับคีนเพียงเสี้ยววินาที หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบทะลุอก
“ผม...ขอโทษครับ” เขาพูดเสียงสั่น ก่อนสลบไปในอ้อมแขนของมาเฟียหนุ่ม
คฤหาสน์ของคีน – ห้องรับรองหรู
ฟีฟ่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาก็พบเพดานสูงโปร่ง โคมไฟระย้าส่องประกายตระการตา เขากระพริบตาหลายครั้ง พยายามตั้งสติ
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นข้างโซฟาหนังแท้
ฟีฟ่าหันไปเจอคีนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ ข้าง ๆ มีบอดี้การ์ดหลายคนยืนเรียงราวกับเงา ทุกสายตามองมาที่เขา
“ผม...ที่นี่ที่ไหนครับ”
คีนยกยิ้มมุมปาก “คฤหาสน์ของฉัน เด็กน้อย...นายวิ่งตัดหน้ารถฉัน จะให้ปล่อยตายข้างถนนก็ดูใจร้ายไปหน่อย”
ฟีฟ่าเม้มปากแน่น หัวใจสั่นไหว เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่โลกที่อันตรายที่สุด
บทสนทนากับเพื่อน
วันถัดมา ฟีฟ่ากลับไปโรงเรียนตามปกติ แต่ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยร่องรอยช้ำ เพื่อน ๆ รีบวิ่งเข้ามาล้อม
“เฮ้ย ฟีฟ่า! หน้าทำไมเป็นแบบนี้วะ” ยูถามพลางจับแขนเขา
“ไม่เป็นไรหรอก แค่หกล้ม...” ฟีฟ่าพยายามยิ้มกลบเกลื่อน
แต่พีชกับจีนสบตากันอย่างสงสัย ในใจรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่ “หกล้ม”
ขณะเดียวกัน...
คีนกลับยังคงคิดถึงแววตานั้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไม “เด็กคนนี้” ถึงทำให้ความเย็นชาที่สร้างมาเป็นเกราะป้องกันมาหลายปี เริ่มสั่นคลอน
และนี่...คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว “รักร้าย” ที่ทั้งสองไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
📌 จบตอนที่ 1
เสียงนาฬิกาปลุกยามเช้าดังขึ้น แต่สำหรับฟีฟ่า การตื่นนอนกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เขาลุกขึ้นจากเตียงในห้องเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำอันขมขื่น รอยช้ำบนแขนและแก้มยังคงบ่งบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
> “ผม...ขอโทษครับ”
คำพูดนั้นยังดังก้องในหัว ราวกับเพิ่งเอ่ยออกมาท่ามกลางสายฝน
เขาจำได้ดี...แววตาเย็นชาของผู้ชายคนนั้น—คีน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจ
---
โรงเรียนมัธยม
“ฟีฟ่า! ทางนี้ ๆ” ยูโบกมือเรียกเพื่อนสนิททันทีที่เห็นร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องเรียน
พีชกับจีนก็มองตามด้วยสายตาเป็นห่วง เนยรีบควักทิชชูออกมาซับเหงื่อให้ “คือ...ฟีฟ่า หน้าซีดมากเลยนะ ไปหาหมอดีมั้ย”
ฟีฟ่ายิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรหรอก เราโอเคจริง ๆ”
“โอเคบ้าอะไรเล่า!” ยูทุบโต๊ะเสียงดัง “อย่าคิดว่าเราไม่เห็นนะว่าใครทำ นายกับครอบครัวนั่น...”
“พอเถอะยู” ฟีฟ่าตัดบท สีหน้าหนักแน่นแม้ใจสั่นไหว “เราไม่อยากพูดถึง”
เพื่อน ๆ สบตากัน ทุกคนเข้าใจว่าฟีฟ่าไม่อยากให้เรื่องครอบครัวเป็นบาดแผลซ้ำ ๆ อีก
---
อีกด้านหนึ่ง – บริษัทเครือคีนกรุ๊ป
ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกสูง คีนกำลังนั่งฟังรายงานผลประกอบการจากผู้บริหาร ธามและภาคินยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
“รายได้ไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีคู่แข่งรายใหม่ที่พยายามแทรกเข้ามาในตลาด...” เสียงผู้จัดการกล่าวรายงาน
คีนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเรียบ “ไม่ว่ามันจะเป็นใคร จัดการ...อย่าให้มีใครคิดจะขวางคีนกรุ๊ป”
ทุกคนในห้องประชุมสะท้านทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นยะเยือกนั้น
แต่ในใจของคีนกลับมีภาพหนึ่งผุดขึ้นมา—ภาพเด็กหนุ่มเปียกปอนในสายฝนที่นอนหมดสติอยู่ในอ้อมแขนเมื่อคืน
---
คาเฟ่หลังเลิกเรียน
วันนั้นเพื่อน ๆ ของฟีฟ่าชวนกันไปนั่งคาเฟ่เปิดใหม่ที่ห้างดังกลางเมือง ร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นอบอวลไปทั่ว
“สั่งเค้กช็อกโกแลตมาแล้วนะ” จีนหันไปยิ้มให้ยูกิที่บังเอิญ
“สั่งเค้กช็อกโกแลตมาแล้วนะ” จีนยิ้มกว้างพลางหันไปบอกยูกิที่นั่งข้าง ๆ โต๊ะใกล้ ๆ กัน
“ขอบใจนะจีน” ยูกิหัวเราะเบา ๆ เสียงหวานราวกับระฆังแก้ว
ยูที่นั่งตรงข้ามรีบหันไปกระซิบพีชทันที “เฮ้ นายดูสิ...จีนกับยูกิเข้ากันชะมัด”
“ก็จริงแหละ” พีชหัวเราะหึ ๆ ก่อนหันไปสะกิดภัทรที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ “ระวังนะเพื่อน นายอาจจะเสียตำแหน่งให้ผู้หญิงก็ได้”
ภัทรยักไหล่ แต่หางตากลับเหลือบไปมองพีชอย่างไม่รู้ตัว...
บรรยากาศในคาเฟ่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อน ฟีฟ่านั่งยิ้มเล็ก ๆ แม้จะยังมีร่องรอยเศร้าบนใบหน้า แต่การได้อยู่กับคนที่จริงใจ ทำให้หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น
ทว่า...ความอบอุ่นนี้กลับถูกทำลายเมื่อประตูร้านถูกผลักเปิดออก
เสียงรองเท้าหนังหรูตอกลงกับพื้นดังเป็นจังหวะหนักแน่น ทุกสายตาในร้านหันไปมองโดยอัตโนมัติ
คีน...มาเฟียหนุ่มในสูทสีดำสนิท ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม รอบตัวเต็มไปด้วยออร่าอันตรายที่ทำให้ใคร ๆ ไม่กล้าสบตา บอดี้การ์ดชุดดำหลายคนเดินตามหลังราวกับเงา
“ชิบหาย...นั่นมันคีนใช่มั้ยวะ มาเฟียตัวจริง” เสียงลูกค้าคนหนึ่งกระซิบเบา ๆ แต่กลับดังพอให้ใครหลายคนได้ยิน
ฟีฟ่าชะงัก...หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เขาไม่คิดว่าจะได้เจออีกครั้งเร็วขนาดนี้ หลังจากคืนฝนพรำวันนั้น
---
คีนกวาดสายตามองทั่วร้านก่อนจะหยุดที่โต๊ะของฟีฟ่า เขาเดินตรงเข้ามาหาโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น บรรยากาศเงียบกริบ ราวกับเวลาทั้งหมดหยุดเดิน
“เด็กน้อย...” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ๆ แต่แฝงด้วยอำนาจ “ยังเจ็บอยู่รึเปล่า”
เพื่อน ๆ ของฟีฟ่าตกตะลึงทันที
ยูตาโต “เฮ้ย! นี่นายรู้จักมาเฟียจริง ๆ เหรอฟีฟ่า?!”
“ฉะ...ฉันไม่...” ฟีฟ่าหน้าแดง รีบก้มหน้าไม่กล้าสบตาคีน
คีนโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจับจ้องไม่ปล่อย “อย่าหนีฉันอีก”
---
หลังจากนั้น – ลานจอดรถห้าง
บอดี้การ์ดยืนเรียงรายปิดล้อมพื้นที่ไว้หมด คีนยืนพิงรถสปอร์ตหรู รอให้ฟีฟ่าเดินตามมา
ฟีฟ่าลังเลอยู่ไกล ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหา “คุณ...ต้องการอะไรจากผมกันแน่”
คีนยกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากที่ทำเอาฟีฟ่าขนลุก “คำถามนั้นควรเป็น...นายต้องการอะไรจากฉันมากกว่า”
“ผมไม่ได้ต้องการอะไรเลย!” ฟีฟ่าตอบเสียงสั่น “ผมแค่อยากมีชีวิตปกติ อย่าเข้ามายุ่งกับผมเลย”
คีนหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำราวกับนักล่า “ชีวิตปกติ? นายคิดว่าจะหนีพ่อเลี้ยงกับพี่ชายสารเลวนั่นได้ง่าย ๆ เหรอ”
ฟีฟ่าชะงัก หัวใจหล่นวูบ “คุณ...รู้ได้ยังไง”
“ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนายแล้ว ฟีฟ่า” คีนก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร “ตั้งแต่ว่านายถูกทำร้าย...จนกระทั่งนายฝันอยากหลุดพ้นจากนรกนั่น”
ฟีฟ่ากัดริมฝีปากแน่น “อย่ามาทำเหมือนคุณรู้จักผม...คุณไม่รู้จักอะไรเลย!”
คีนสบตาแน่วแน่ แววตาเย็นชากลับแฝงด้วยประกายบางอย่างที่ฟีฟ่าไม่เคยเห็นจากใคร “งั้นก็ให้ฉันได้รู้จักสิ...”
---
คืนนั้น – คฤหาสน์คีน
ฟีฟ่าถูกพามายังคฤหาสน์อีกครั้ง ห้องรับรองหรูหราเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง เขานั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา มองรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง
เสียงรองเท้าหนังดังใกล้เข้ามา ก่อนที่คีนจะนั่งลงตรงข้าม “ตั้งแต่วันนี้ นายไม่จำเป็นต้องกลับไปบ้านนั่นอีก”
“หมายความว่ายังไงครับ...”
“ฉันจะดูแลนายเอง” คีนพูดชัดถ้อยชัดคำ “ไม่ว่าใครก็ทำร้ายนายไม่ได้อีก”
ฟีฟ่าตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง “คุณคิดว่าเงินหรืออำนาจจะช่วยผมได้เหรอ!?”
“ไม่ใช่แค่เงินหรืออำนาจ...” คีนโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจแทบแตะกัน “แต่เพราะตั้งแต่คืนนั้น...ฉันไม่อยากปล่อยนายไปไหนอีกเลย”
หัวใจฟีฟ่ากระตุกแรง เลือดสูบฉีดทั่วร่าง...นี่ไม่ใช่แค่การคุกคาม แต่มันคือการประกาศชัดเจนว่าเขากำลังถูก “จับขัง” ในโลกของมาเฟียหนุ่มคนนี้แล้ว
และนี่...คือก้าวแรกของการเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยทั้งอันตรายและความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้
---
เสียงนาฬิกาโบราณในคฤหาสน์ดังขึ้นบอกเวลาหกโมงเช้า ฟีฟ่าตื่นขึ้นมาในห้องนอนหรูที่ไม่ได้คุ้นเคย เตียงนุ่มเกินกว่าจะเรียกว่า “บ้าน” เขานั่งกอดเข่า มองวิวเมืองกรุงเทพฯ ผ่านกระจกบานใหญ่ด้วยสายตาหวาดหวั่น
“ทำไมเราต้องมาอยู่ที่นี่...กับผู้ชายคนนั้น...”
ทันใดนั้น ประตูห้องถูกเปิดออกโดยไม่ได้เคาะก่อน
“ตื่นแล้วสินะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
ฟีฟ่าสะดุ้ง รีบหันไป เห็นคีนยืนพิงกรอบประตู มือถือแก้วกาแฟหอมกรุ่น ร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาวติดกระดุมเพียงครึ่งเผยแผงอกสมบูรณ์แบบ
“คุณ...เข้ามาโดยไม่ขออนุญาตอีกแล้ว” ฟีฟ่าว่าพลางกอดหมอนแน่น
คีนหัวเราะหึ ๆ “นี่มันห้องของฉัน จะเข้ามาตอนไหนก็ได้”
“แล้วพาผมมาอยู่ที่นี่...จะเอายังไงกันแน่ครับ”
“ฉันพูดไปแล้ว...นายจะอยู่ในความดูแลของฉัน”
---
โรงเรียน – วันเดียวกัน
ข่าวลือเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ ๆ ได้ยินมั้ย เมื่อวานมาเฟียคีนมาที่คาเฟ่! มีเด็กคนหนึ่งเหมือนจะรู้จักกับเขาด้วยนะ”
“จริงดิ!? ใครวะ โคตรน่ากลัวเลย”
ยูกับพีชนั่งฟังบทสนทนาของเพื่อนร่วมชั้นอย่างหงุดหงิด พีชหันไปกระซิบ “เขาหมายถึงฟีฟ่าแน่ ๆ”
ยูกำมือแน่น “ถ้าเป็นเรื่องจริง...เราจะไม่ยอมให้ฟีฟ่าตกไปอยู่ในอันตรายนั่นหรอก”
จีนกับเนยเดินมาสมทบพอดี “แต่เมื่อคืนฟีฟ่าก็ไม่ได้กลับบ้าน...หรือว่า...”
ทุกคนเงียบไปในทันที ความจริงเริ่มทำให้หัวใจสั่นไหว
---
ตอนเย็น – ห้างสรรพสินค้า
คีนยืนรออยู่หน้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ฟีฟ่าถูกบังคับ—หรือพูดให้ถูกคือถูก ลาก—มาเลือกชุดใหม่
“ผมไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงขนาดนี้หรอกครับ” ฟีฟ่าบ่นอุบ มือกำชายเสื้อในช็อป
คีนก้าวเข้ามาใกล้จนฟีฟ่าต้องถอยหลัง “แต่ฉันอยากให้ใส่...เวลามองนาย ฉันไม่อยากเห็นร่องรอยความจนที่ครอบครัวสารเลวนั่นยัดเยียดให้นายอีก”
“คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงครอบครัวผมแบบนั้น!” ฟีฟ่าตวาด ทั้งที่ดวงตาสั่นระริก
คีนยกมือเชยคางเด็กหนุ่มขึ้น บังคับให้สบตา “อย่าลืมสิ...ฉันคือคนเดียวที่ปกป้องนายจากมันได้”
หัวใจฟีฟ่ากระตุกแรง...เขารู้ว่าคำพูดนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
---
คาเฟ่เล็ก ๆ – อีกวันหนึ่ง
คีนสั่งให้บอดี้การ์ดเว้นระยะห่าง เพื่อให้ฟีฟ่านั่งกินขนมกับเพื่อนได้ตามปกติ
“โห นี่มันกาแฟร้อยกว่าบาทเลยนะ!” เนยมองเมนูตาโต
เจนหัวเราะเบา ๆ “ก็ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศบ้างสิ”
ยูจ้องฟีฟ่าไม่วางตา “นายบอกมาดี ๆ เถอะ...ตกลงนายไปเกี่ยวข้องอะไรกับคีนจริง ๆ ใช่มั้ย”
ฟีฟ่านิ่งเงียบ มือกำแก้วน้ำแน่น
“ฟีฟ่า...” พีชพูดเสียงอ่อนโยน “เราไม่อยากให้เพื่อนต้องเจ็บปวดนะ”
ก่อนฟีฟ่าจะทันตอบ เสียงประตูร้านเปิดออกอีกครั้ง ทุกคนหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง
คีน...ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทำเอาทั้งร้านเงียบลงเหมือนเดิม
“พอแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เลิกกดดันเด็กน้อยของฉันได้แล้ว”
ทุกคนอึ้ง—โดยเฉพาะฟีฟ่า
“ผม...ไม่ใช่ของคุณนะครับ!” ฟีฟ่าลุกขึ้นทันที แต่คีนกลับยื่นมือคว้าไว้ก่อน
“ไม่ใช่? งั้นลองหนีไปสิ แล้วดูว่าฉันจะยอมปล่อยมั้ย...”
---
ฉากโรแมนติกปนร้าย – บนดาดฟ้า
คืนนั้น คีนพาฟีฟ่ามาดาดฟ้าของตึกสูง ใบหน้าฟีฟ่าซีดเผือดเพราะความสูงและลมแรง
“ทำไมพามาที่นี่ครับ...”
คีนยืนอยู่ข้าง ๆ สายลมตีเสื้อเชิ้ตปลิวไหว ดวงตาคมจ้องเมืองที่เต็มไปด้วยไฟ “เพราะฉันอยากให้นายเห็น...ว่านี่คือโลกของฉัน—โลกที่ไม่มีทางหนี”
ฟีฟ่ากลืนน้ำลายฝืด ๆ “แล้วทำไมต้องเป็นผม...คุณมีผู้คนมากมาย...คุณมีอำนาจ มีเงิน มีทุกอย่างอยู่แล้ว...”
คีนหันมาสบตาใกล้จนลมหายใจผสานกัน “แต่มีอย่างเดียวที่ฉันไม่มี...คือ นาย”
คำพูดนั้นทำเอาฟีฟ่านิ่งค้าง หัวใจสั่นไหวแรงเกินห้าม
นี่มันไม่ควรเกิดขึ้น...แต่ทำไมเราถึงรู้สึกวูบไหวแบบนี้...
---
📌 จบตอนที่ 3
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!