ในโลกที่ทุกคนลืมไปแล้วว่า "ผิวโลก" เคยสงบสุขเพียงใด—ใจกลางทวีปที่ไร้ชื่อ มีเพียงหลุมดำมืดขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนแผ่นดิน ราวกับเป็นแผลสดที่ไม่เคยสมาน หลงเหลือเพียงชื่อเรียกสั้น ๆ ที่ทุกคนจดจำมันได้ไม่ลืมเลือน—"โก"
"โก" ไม่ใช่แค่หลุม แต่คือปริศนาที่ไม่มีใครสามารถไขได้หมด แม้จะมีคนมากมายเดินเข้าไปในนั้นเพื่อแสวงหาคำตอบ บางคนเพื่อเงินทอง บางคนเพื่อพลัง บางคนเพื่อชื่อเสียง และบางคน...เพื่อความตาย
ภายในหลุมโกซ่อนชั้นของโลกอีกใบเอาไว้ ชั้นต่าง ๆ ภายในนั้นลึกลงไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ที่ใด ยิ่งลึก อันตรายยิ่งเพิ่มขึ้น สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด กฎแห่งความเป็นจริงบิดเบี้ยว และพลังที่ไม่ควรถูกครอบครองก็รอคอยผู้กล้าเข้าไปท้าทาย
ผู้คนในโลกใบนี้จะได้รับ "ความสามารถพิเศษ" ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด บ้างแสดงออกชัด บ้างหลบซ่อนอยู่จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ความสามารถนั้นหลากหลาย ตั้งแต่การควบคุมธาตุ, การมองเห็นอนาคต, ไปจนถึงการสื่อสารกับจิตวิญญาณ และมีเพียงคนที่ได้รับการยอมรับว่า "พร้อม" เท่านั้น จึงจะสามารถเป็นหนึ่งใน "นักสำรวจหลุม" หรือที่เรียกกันว่า "อาชีพโกวอร์คเกอร์" (Go-Walker)
เรื่องราวเริ่มต้นจากเด็กหนุ่มคนหนึ่ง — วิรัช
ชายหนุ่มธรรมดาในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหลุมโก เขาเติบโตมาโดยไม่มีความสามารถอะไรโดดเด่น ไม่ต่างจากเศษฝุ่นในสายตาคนอื่น แม้แต่ตัวเขาเองก็เชื่อเช่นนั้น พ่อของเขาเคยเป็นหนึ่งในโกวอร์คเกอร์ที่เก่งกาจที่สุด คนเดียวที่สามารถลงไปลึกกว่าชั้นที่ 11 และยังกลับมาได้ แต่สุดท้าย...เขาก็ไม่กลับขึ้นมาอีกครั้งจากการลงไป "ครั้งสุดท้าย"
แม่ของวิรัชจึงเลี้ยงเขาเพียงลำพัง ด้วยความหวังว่าเขาจะใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ข้องเกี่ยวกับหลุมแห่งนี้ แต่โชคชะตากลับไม่ให้ทางเลือก…
วันหนึ่ง หลุมโกเกิดการ “สั่นไหว” อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน — ดินฟ้าอากาศแปรปรวน เสียงคำรามจากเบื้องลึกดังขึ้นราวกับมีสิ่งมีชีวิตยักษ์กำลังตื่นตัว ชั้นดินใกล้ปากหลุมระเบิดแยกออก สะเก็ดพลังลึกลับพวยพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของชั้นใน ราวกับบางสิ่งที่ไม่ควรตื่นได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
ในเหตุการณ์นั้น แม่ของวิรัชหายตัวไป—ไม่พบแม้แต่ร่าง วิรัชรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “บางสิ่ง” ได้ตื่นขึ้นภายในตัวเขา
จากเด็กหนุ่มธรรมดา วิรัชพบว่าตนเองได้รับความสามารถพิเศษ...
ความสามารถที่ไม่มีชื่อ แต่มีพลังชัดเจน — เขาสามารถ “รับรู้ความจริง” ที่ซ่อนอยู่ในทุกสิ่ง เขาสัมผัสถึงเจตนา ความรู้สึก หรือแม้แต่ "แรงผลัก" ที่หลุมโกปล่อยออกมาได้อย่างคลุมเครือ ราวกับว่าหลุมนั้นไม่ใช่เพียงหลุม แต่เป็น “บางสิ่ง” ที่มีชีวิต มีจิตสำนึก
แม้จะไม่ใช่พลังต่อสู้ แต่เป็นพลังที่แหลมคมและแม่นยำ ใช้เพื่อเอาตัวรอด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความลับ วิรัชเริ่มต้นเดินเข้าสู่หลุมโกด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยคำถามและความโกรธ ไม่ใช่เพื่อเงินหรือชื่อเสียง แต่เพื่อ ความจริง
เส้นทางของเขาไม่ง่ายเลย เพราะเขาไม่ได้มีพลังที่ยิ่งใหญ่ในทันที และไม่มีใครเปิดทางให้เขาเหมือนกับผู้มีพรสวรรค์โดยกำเนิด การเข้าสู่โลกของโกวอร์คเกอร์ต้องผ่านการทดสอบทั้งจากองค์กรที่ดูแลการลงหลุม (Karna Exchange) และจากเพื่อนร่วมอาชีพที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความลับ
ลมเช้าพัดผ่านทุ่งหญ้าแห้งกรังที่เคยเป็นสวนของแม่ กลิ่นดินเปียกและกลิ่นเถ้าถ่านยังไม่จางหาย แม้เวลาผ่านไปหลายวันแล้วนับตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาสูญเสียแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ
วิรัสยืนอยู่หน้าบ้านไม้เก่าหลังเดิม ฝุ่นจับตามขอบหน้าต่างและบานประตูไม้ส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อเขาผลักเข้าไป ทุกอย่างในบ้านยังคงอยู่ที่เดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ยกเว้นว่าแม่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
เขานั่งลงบนเก้าอี้เก่าในห้องรับแขก สายตาว่างเปล่าจ้องมองฝุ่นที่ลอยอยู่ในแสงแดด ไม่มีน้ำตา ไม่รู้จะร้องไปเพื่อใคร ไม่มีแม้แต่ความโกรธ มีเพียงความว่างเปล่าและคำถามที่วนเวียนไม่หยุด
“ทำไมต้องเป็นแม่”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำเชิญ
“ยังไม่ออกจากบ้านอีกเหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
วิรัสเงยหน้ามอง... ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ผมแซมสีเทา ใส่เสื้อคลุมเก่า ๆ เดินเข้ามาพร้อมกลิ่นดินและเขม่าควันจาง ๆ
“คิล...” วิรัสพึมพำ ชื่อนี้เขาเคยได้ยินจากแม่บ่อย ๆ เพื่อนของพ่อ สหายร่วมหลุมในอดีต
คิลวางกระเป๋าเป้เก่า ๆ ลงข้างตัวแล้วมองไปรอบบ้าน
“เธอจากไปแล้วสินะ...” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น แต่ไม่แข็งกร้าว “แม่ของนายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดที่ฉันเคยรู้จักเลย”
วิรัสไม่ได้ตอบ
คิลเดินไปเปิดหน้าต่างให้แสงส่องเข้ามามากขึ้น “ฉันรู้ว่านายไม่อยากได้อะไรตอนนี้ แต่ก็ต้องฟังไว้ก่อน — แม่ของนายติดต่อฉันไว้ก่อนที่เธอจะ... ไป”
เขาหยิบซองจดหมายเล็ก ๆ จากเสื้อคลุม แล้วยื่นให้
วิรัสรับมาเงียบ ๆ เปิดออก — ข้างในมีแค่ประโยคเดียว
“ถ้าเขาตื่นขึ้นมา ให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว”
มือของเขาสั่นเล็กน้อย ขอบตาร้อนวูบแต่ไม่มีน้ำตาออกมา เขาพับกระดาษเก็บไว้ในเสื้อ
คิลถอนหายใจแล้วนั่งลงตรงข้าม “นายเคยสงสัยมั้ย... ว่าทำไมพวกเราถึงลงไปในหลุมทั้งที่รู้ว่าอาจไม่กลับมา?”
อาเรย์ส่ายหน้า
“มันไม่ใช่เพราะเงิน หรือของหายาก แต่เพราะข้างในนั้น... มีบางอย่างที่ตอบคำถามที่โลกนี้ไม่อาจให้คำตอบได้”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ตอนนี้นายอาจยังไม่เข้าใจ... แต่นายจะเข้าใจในวันที่พร้อม — วันที่นาย ต้องการรู้ความจริง”
วิรัสกำมือแน่น สายตายังเย็นชา
“ฉันไม่อยากรู้หรอก... ฉันแค่ไม่อยากเสียใครไปอีก”
คิลลุกขึ้น บ่าแกร่งของเขาเงียบไปชั่วครู่
เขายิ้มบาง ๆ ก่อนหันหลังเดินออกไป “ฉันจะอยู่แถวนี้ ถ้านายเปลี่ยนใจ”
เสียงประตูปิดเบา ๆ ทิ้งให้วิรัสอยู่ลำพังอีกครั้ง
เงียบ... แต่มือของเขากลับรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ
เหมือนมีบางอย่างตื่นขึ้นจากภายใน — พลังที่เขาไม่รู้ว่าได้มาเมื่อไร
เขามองมือตัวเอง เหมือนจะเห็นประกายจาง ๆ วูบผ่าน
เขาได้ “แรง” แล้ว — แรงที่มักปรากฏขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตคน
แต่มันกลับไม่ได้รู้สึกดีเลย
มันเหมือนของขวัญจากคำสาป
เหมือนร่องรอยจากความสูญเสีย
แรงที่เขาไม่เคยต้องการ
วิรัสก้าวออกจากบ้านไม้เก่าที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน
ลมเช้าพัดแรงผ่านทุ่งหญ้าแห้งกรังอย่างไม่ปรานี
แสงแดดอ่อน ๆ กระทบกับฝุ่นที่ลอยขึ้นในอากาศ
แต่ในใจของเขากลับลุกเป็นไฟร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง
ทุกก้าวที่เขาก้าวเดินออกไปจากที่นี่
เหมือนเป็นการปลดปล่อยความแค้นที่กดทับอยู่ในอกมานาน
ความโกรธที่เคยเก็บกด ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างดุเดือด
“แม่... ทำไมต้องเป็นเธอ? ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องสูญเสีย?”
เสียงในใจดังขึ้นซ้ำ ๆ
คำถามที่ไม่มีใครตอบให้ได้
ความเจ็บปวดที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้ในมุมลึกที่สุดของหัวใจ
ตอนนี้มันกลับกลายเป็นแรงผลักดันที่เขาไม่อาจละทิ้ง
มือของวิรัสกำแน่นจนเล็บขบลงไปในเนื้อ
เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่เริ่มไหลเวียนในตัว
ร้อนแรง เปล่งประกายอย่างเงียบ ๆ
แต่ลึก ๆ มันคือพลังที่มากกว่าความรู้สึกธรรมดา
ความโกรธนั้นไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่ววูบ
มันเป็นความมุ่งมั่นที่เปลี่ยนเป็นพลัง
พลังที่จะนำเขาไปสู่คำตอบ
พลังที่จะทำให้เขาไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้างใหญ่
เมฆสีเทาปกคลุมบางส่วนของฟ้า
แต่สายตาของวิรัสยังคงเย็นชา
เหมือนภูผาที่ไม่หวั่นไหวกับลมพายุ
“ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงเพียงแค่นี้”
คำพูดที่เปล่งออกมาด้วยเสียงหนักแน่น
มันไม่ใช่แค่คำสาบาน แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่เขาทำกับตัวเอง
ทุกก้าวเท้าที่เขาเดินไปข้างหน้า
เต็มไปด้วยความตั้งใจและความหนักแน่น
ไม่มีที่ว่างให้กับความหวั่นไหวหรือความกลัว
แม้จะยังไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือ
เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ความแค้นและความเจ็บปวดนี้เป็นเพียงแค่ร่องรอยในอดีต
มันจะกลายเป็นพลัง
พลังที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
และทำให้ทุกคนรู้ว่า วิรัสไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่าย ๆ
ความแค้นในใจวิรัสลุกโชน
ไม่ใช่แค่ไฟที่เผาไหม้ แต่เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาไม่ยอมแพ้
“ฉันจะสู้ แม้ต้องเดินคนเดียว”
เสียงกระซิบในใจหนักแน่นและเย็นชา
บางอย่างในอกเริ่มตื่นขึ้น
พลังที่ไม่เคยรู้จัก แต่รู้ว่ามันจะเป็นกุญแจของทุกอย่าง
วิรัสก้าวเดินต่อไป
ก้าวที่มั่นคง ไม่หันหลังกลับอีก
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!