[ช่วยด้วย!]
[คนบ้ากัดข้า!]
[คนบ้ามันกัดคอข้า!]
ชายชุดขาว เลือดท่วมไปไหลย้อยไปถึง เดินส่ายร่างโงนเงน ผิวซีดเผือด เสียเลือดมาก เลือดที่ไหลย้อมเสื้อฟากหนึ่งจนกลายเป็นสีแดง
[ช่วยข้าด้วย...]
เสียงที่แผ่วเบาราวกับกระซิบข้างหู แต่ชาวบ้านที่เห็นเห็นเหตุการสลด ก็มองดูอย่างเฉยเมย และชายชุดขาวก็ค่อยๆแน่นิ่งไปทั้งยืน ทุกคนไม่ได้สนใจเลยสักนิดคิดว่าเป็นการล้อเล่นแต่เพียงเท่านั้น
[แล้วเขาก็แน่นิ่งไป]
ก่อนที่ควันฝุ่นคลุ้งมาจากข้างหลัง เห็นคนจากฝังนั้นวิ่งหนีกันอย่างอุดตลุด และเสียงคำรามก็ดังขึ้น มันดังยิ่งกว่าสัตว์ใดๆในโลก
คนรอบข้างข้าก็ได้วิ่งอย่างแตกตื่น!
ก่อนที่ข้าจะเห็นพวกผีดิบมันกรูเข้ามาเป็นฝูง และข้าก็ได้ต่อสู้กับมัน
[ถ้าหากที่เจ้าพูดเป็นความจริงแล้ว ทำไมเจ้าถึงโดนกัดแล้วไม่กลายเป็นผีดิบ?]
[เพราะข้ามีภูมิต้านทานมันอย่างไรเล่า]
[หือ....แค่เนี้ย?]
ณ คุกตระกูลหยุน ข้าทำงานเป็นผู้สอบสวนมา20ปีข้ายังไม่เคยเจอคนที่โกหกด้วยเรื่องไร้สาระตาใสๆอย่างนี้มาก่อนเลย อย่างว่ายิ่งอยู่นานยิ่งเจออะไรที่ไม่เคยเห็น
[ใช่]
[ดูเหมือนว่าเหตุผลแค่นี้ของเจ้าจะไม่สามารถพาเจ้าออกจากเรือนจำแห่งนี้ได้นะ]
[หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้าไปที่เกิดเหตุก็ไม่เห็นมีผีดิบแม้แต่ตัวเดียว เจ้าหลอนอะไรอยู่]
[มีแต่เจ้าที่กึ่งหมดสติแต่ยังกำดาบอยู่นั่งคุกเข่าอยู่บนกองซากศพ]
[ถ้าหากเจ้ายังไม่ยอมพูดความจริง เจ้าจะถูกประหารในเวลาเที่ยงวันพรุ่งนี้]
[อะไรที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในตอนนี้ข้าก็ได้แจ้งเจ้าไปหมดแล้ว]
[งั้นคงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก]
เด็กคนนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับวิชาดูดวิญญาณที่ใช้กับศพของพรรคมารกันนะ ดูจากหน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ อายุก็ประมาณ15ปี ดูไม่น่าจะฝึกวิชามารเลย
แล้วเขาก็ลุกออกไปจากที่คุมขังใช้มือขวาผลักลูกกรงเปิดลูกกรงและก้าวขาข้างหนึ่งออกมา
[ช้าก่อน!]
โห้ ยังพอรู้ความอยู่สินะ
[ตอนนี้กี่โมงแล้ว?]
หน้าของผู้สอบสวนเปลี่ยนสีจากยิ้มเยาะเป็นโกรธกริ้วได้แต่ยืนหันหลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกำหมัดอยู่อย่างนั้น
[นายท่านคนของตระกูลถังขอเข้าพบด่วนขอรับ]
ให้เข้ามา!!
[ข้า ถัง ซินหลาน มาในนามของตระกูลถังเพื่อขอศพของชาวบ้านที่ถูกอ้างว่าเป็นผีดิบไปชันสูตร]
[นำทางพวกเขาไป]
[นี่เจ้าน่ะ ใช้ห้องที่ปิดได้จากข้างนอกในการเก็บศพพวกนั้น เช็คให้ดีเพื่อไม่ให้มันลุกขึ้นมาอีก แล้วก็ถ้าจะให้ดีต้องเป็นที่ๆไม่ส่งกลิ่นมาข้างนอกด้วย]
[ท่าน หยุน ชิงหยาง ผู้นี้คือ !]
[ข้าชื่อว่า นาจา แค่นาจาไม่มีสกุล]
[เขาคือนักโทษ..]
[ผู้ต้องสงสัยโว้ย!!!]
[ใช่ๆผู้ต้องสงสัย เจ้าจะเสียงดังทำไมตื่นเต้นที่ได้เจอสาวงามเหรอ แล้วก็เจ้ามีเวลาถึงแค่เที่ยงพรุ่งนี้อย่าได้สนใจโลกใบนี้นักเลย]
ความงามของถัง ซินหลาน ถ้ามีตาคงไม่มีชายใดในโลกที่จะปฏิเสธความงามของสาวสวยคนนี้ได้ แต่ทว่าที่ข้าต้องรีบแก้ต่างนั้นหาใช่ข้าหมายปองนางไม่ เพียงแววตาของที่ซื่อตรงของนางนั้นมันจะช่วยให้ข้าออกจากที่นี่ได้
[ถ้าใช่แล้วอย่างไร,ถ้าไม่ใช่แล้วอย่างไร ถ้าชอบแล้วเจ้าจะแต่งกับข้าหรือ?]
ที่เจ้าพยายามจะสื่อคือแม้เจ้าจะอยากสานสัมพันธ์กับข้าแต่เจ้าอย่างไรก็เป็นนักโทษสินะ
[เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องศพนี่ไม่ใช่เรื่องที่นักโทษอย่างเจ้าจะต้องกังวล ตระกูลถังถึงอย่างไรก็เป็นตระกูลที่เชี่ยวชาญด้านแพทยศาสตร์เป็นพิเศษ]
นางพูดจบก็ไม่รีบรอกลับหลังและเดินจากไป
[เจ้ายังไม่ได้ตอบข้าเลย]
[ข้าไม่ได้สนใจเจ้า]
[ข้าไม่ได้พูดกับเจ้า]
[ข้าเจ้านั่นต่างหาก]
[เจ้าชอบผู้ชายรึ]
[บ้าเหรอ]
[ข้าถามเวลาโว้ยเวลา]
[นี่ก็ใกล้6โมงเย็นแล้วน่ะ]
[ระวังให้ดีคืนนี้มันจะต้องสนุกมากแน่]
ระหว่างค่ำคืนที่ฝนสีเลือดตกมาจากฟ้า วิญญาณของข้าจะฟื้นคืน~
นี่เป็นวลีที่สลักอยู่บนแท่งหินที่โผล่มาพร้อมๆกับซอมบี้ ในวันที่ฝนสีเลือดตกลงมา ทำให้คนที่โดนมันนั้นป่วยหนักอย่างกระทันหัน
ทำให้มีข่าวเล่าข่าวลือต่างๆนาๆเป็นที่แตกตื่นของเหล่าร่างทรงและคริสเตียนที่คลั่งศาสนาพวกเขาบอกว่ามันคือวันสิ้นโลก
ผมชื่อว่า กิฟท์ พ่อกับแม่ตั้งให้เพราะเขาบนกับศาลเจ้าไว้ว่าไม่ว่าลูกจะเป็นชายหรือหญิงจะให้ชื่อว่ากิฟท์ เป็นชื่อที่สาวโคตรๆผมเกลียดชื่อนี้
วันที่ 9 กรกฎาคม 2019 เวลา23:00น. หลังจากที่พ้นไปเพียง1วันช่วงกลางดึก ผมได้ยินเสียงรถชนที่หน้าห้องพัก ภาพที่เห็นตอนนั้นคือท้องถนน เต็มไปด้วยฝูงคนที่ไล่กัดกัน เลือดสาดจนเต็มพื้น ถ้าหากจะมีที่ไหนในโลกที่จะเรียกว่านรกแล้วละก็ มันคงเป็นที่นี่
ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมสั่นโดยไม่รู้ตัว
"นี่มันไม่เกี่ยวกับเรา" ภายในจิตใจผมบอกอย่างนั้นก่อนที่จะค่อยๆปลีกตัวออกไปอย่างเงียบๆ
ผมล็อคประตูห้องพักในแคมป์ก่อสร้างและหลบในตู้เสื้อผ้า รอจนเช้า ว่าจะค่อยออกไปดู.....
กรี๊ด!!!!!
เสียงร้องในตอนเช้าปลุกผมที่เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวออกมา "มันเป็นแค่ความฝัน" แม้การที่ผมตื่นจากตู้เสื้อผ้าจะเป็นการบอกผมในๆว่ามันคือความจริงแต่เป็นผมที่พยายามหลอกตัวเอง
แต่ภาพตรงหน้าของผมก็ทำให้ตื่นขึ้นมายอมรับความเป็นจริงได้ ภาพของคนที่ถูกกัดร่างกายซูบผอมผิวหนังซีดเทา นอนอยู่เป็น10หน้าที่พักคนงาน
ได้มีแถบตัวหนังสือสีฟ้าขึ้นมาตรงหน้าของผม
[ได้รับ]
[กิฟท์ Bเนตรแห่งความถ่องแท้]
และพลังนี้เองที่พาผมเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้ได้ถึง3ปีก่อนที่ผมจะเจอกับซอมบี้ต้นกำเนิดและสู้จนตายตกตามกันไป
กลับมาปัจจุบัน
ทันที่ตายจากการระเบิดฉันก็ถูกส่งมาโลกใบนี้ พร้อมด้วยเสื้อผ้าที่น่าจะโดนทำลายเพราะการต่อสู้ไปแล้วกลับมาสภาพเดิมกับร่างกายที่อายุ15
...สเตตัส...
...นาจา (ชื่อปลอม)...
...เผ่าพันธุ์ มนุษย์...
...ฉายา-ไม่มี...
...พละกำลัง 10...
...ความเร็ว 10...
...ความฉลาด 30...
...ความทนทาน 10...
...???? 00...
ศักยภาพโดยรวมของ นาจาถึงขีดจำกัดแล้วยกเว้นค่าความฉลาด
สกิล ต้านทานไวรัสซอมบี้ C , ผู้ติดเชื้อ A
ต้านทานไวรัสซอมบี้C
ความสามารถ ต้านทานไวรัสซอมบี้อย่างสมบูรณ์โดยการคงไวรัสไว้ในร่างกายและให้มันต้านกันเองไปเรื่อยๆ
ผู้ติดเชื้อA
ความสามารถ รักษาอาการบาดเจ็บด้วยไวรัสโดยทุกครั้งที่ใช้จะค่อยเสียสติไปทีละนิด,ความสามารถในการฟื้นฟูสภาพจะทวีคูณขึ้นในเวลากลางคืน
[ไม่โดนพิษแหะ]
[เอาล่ะ]
[ท่าน หยุน ท่านมีเวลา ราวครึ่งชั่วยาม ก่อนที่พวกซอมบี้จะพากันบุกเข้ามา เอาหนังสือข้าที่ท่านได้เก็บเอาไว้
เอาออกมาให้ข้า อ่านข้าเวลาหน่อย]
[เจ้าได้หนังสือพวกนี้มาจากไหน]
[จากร้านของชำข้างทางไง เจ้าคิดว่าข้าจะเอามาจากไหน]
การโกหกที่ดีที่สุดคือการพูดความจริงผสมลงไปข้าไม่ว่าจะไว้ใจพวกนี้ได้ขนาดไหน แต่อย่างไรก็ตามแต่ การเคลื่อนไหวมากจนเกินพอดีมีแต่จะทำให้เปลืองแรงและน่ารำคาญเปล่าๆ
[นาจา แววตาเจ้าแปลกดีหนิ]
[....]
[แปลกอย่างไง]
[มันผ่อนคลายเกินกว่าจะเป็นของคนที่จะถูกประหารพรุ่งนี้ ไม่ว่าใครเมื่อความตายอยู่ตรงหน้า จะแสดง"หน้า"ที่แท้จริงออกมา แต่ข้าไม่สามารถสัมผัสสิ่งเหล่านั้นจากเจ้าได้เลย]
[อย่างไรกันนะ อย่าลืมเตรียมการเผื่อศพพวกนั้นมันลุกมาละ]
[ศพน่ะมันไม่ค่อยลุกมาเดินเรื่อยเปื่อยหรอกนะ]
ข้าละเบื่อกับผู้ชายกะล่อนที่สุด คอยแต่จะวกมาที่เรื่องไร้สาระ
ตู้มม!!มีเสียงดังสนั่นขึ้นมาจากประตูอีกฟากหนึ่ง
[มันเริ่มแล้วสินะ]
หยุนชิงหยางมองดูนาจาคุยกับถังซินหลานอย่างเงียบๆสิ่งที่รู้ตอนนี้มี3อย่าง อย่างแรกนาจาไม่ใช่คนที่นี่เพราะเขาไม่รู้จักข้าคือจอมยุทธ1ในผู้แข็งแกร่งของแถบนี้ถ้าเกิดหรือโตที่นี่ไม่ทางที่จะไม่รู้จัข้า และซินหลานหญิงสาวที่งดงามเสียจนถ้าหากนางเรียกตัวเองว่าที่2คงไม่มีใครกล้าเรียกตัวเองว่าที่1 ข้อต่อไปนาจาเป็นชื่อปลอมเพราะช่วงที่ถูกเรียกชื่อ เขาชะงักไปแปปนึง ข้อสุดท้ายเขามีปัญหากับตระกูล เพราะหลีกเลี่ยงที่จะเอ๋ยชื่อถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาถึงเอ๋ยชื่อตะกูลไปก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ความใจเย็นในสถานการณ์แบบนี้ยิ่งแปลกประหลาดเข้าไปใหญ่ และที่แสยะยิ้มหลังจากที่พูดนี่เขากำลังรอสถานการณ์แบบไหนอยู่นะ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!